ประวัติ

ประวัติความเป็นมา

 “สำนักงานอธิการบดี” เป็นหน่วยงานกลางของมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่บริหารงานทั่วไป และงานบริการที่สนับสนุนให้คณะ สำนัก สถาบันและโครงการต่าง ๆ ดำเนินไปตามภารกิจทั้งเจ็ดประการให้ถูกต้องสมบูรณ์รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  “กองกลาง” ของมหาวิทยาลัย วิวัฒนาการมาจากฝ่ายธุรการและพัฒนาขึ้นมาโดยลำดับ จนกระทั่งกลายเป็น “สำนักงานอธิการ” และ“สำนักงานอธิการบดี” ตามลำดับตามความในพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู  และพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ  พุทธศักราช 2538  หน่วยงานนี้มีประวัติความเป็นมาในการจัดตั้ง ดังนี้

          1. ยุคโรงเรียนฝึกหัดครู เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูนครศรีธรรมราช” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2500  กรมการฝึกหัดครูแต่งตั้ง นายแวว นิลพยัคฆ์ เป็นอาจารย์ใหญ่  และแต่งตั้ง นายเกลิ่ม คงแสง  อาจารย์โท  โรงเรียนฝึกหัดครูตรัง  มาเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายธุรการของโรงเรียนฝึกหัดครู โดยใช้ห้องทำงานในอาคารห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช (บริเวณสนามหน้าเมือง) เป็นที่ทำการของฝ่ายธุรการ  นายเกลิ่ม คงแสง  ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายธุรการมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน 2503 จึงย้ายที่ทำการของฝ่ายธุรการมาอยู่ ณ อาคารเรียน 5 บริเวณเชิงเขามหาชัย (ซึ่งเพิ่งก่อสร้างเสร็จ) ฝ่ายธุรการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางของสถานศึกษาแห่งนี้มาตลอดยุคโรงเรียนฝึกหัดครู โดยมีผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ฝ่ายธุรการเป็นผู้บังคับบัญชา

          2. ยุควิทยาลัยครู เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ยกฐานะสถานศึกษาแห่งนี้ขึ้นเป็น“วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช” เมื่อ พ.ศ. 2512 ฝ่ายธุรการยังคงปฏิบัติภารกิจเดิมในอาคารหลังใหม่ คือ อาคาร 6 (ห้อง 611) ขอบเขตของงานได้ขยายกว้างขึ้น เนื่องจากภารกิจการผลิตครูได้ขยายขึ้นเป็นระดับ ป.กศ. ชั้นสูง และกรมการฝึกหัดครูได้เปลี่ยนสายการบังคับบัญชาของสถานศึกษาจากที่ขึ้นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ขึ้นตรงต่อกรมในฐานะเป็นหน่วยราชการส่วนกลาง ฝ่ายธุรการในยุคนี้จึงมีผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายธุรการเป็นผู้บังคับบัญชา

          3. ยุคพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ.2518  เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู       พ.ศ. 2518 เป็นเหตุให้โครงสร้างส่วนราชการของสถาบันต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ในปีพุทธศักราช 2519 จึงได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชเสียใหม่ ในประกาศดังกล่าวได้ขยายงานฝ่ายธุรการขึ้นเป็น “สำนักงานอธิการ” มีหัวหน้าสำนักงานอธิการเป็นผู้บังคับบัญชาและขึ้นตรงต่ออธิการ สำนักงานอธิการประกอบด้วย 12 ฝ่าย คือ ฝ่ายสารบรรณ ฝ่ายทะเบียนประวัติ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นฝ่ายการเจ้าหน้าที่) ฝ่ายการเงิน ฝ่ายพัสดุ ฝ่ายยานพาหนะ ฝ่ายอาคารสถานที่ ฝ่ายอนามัยและสุขาภิบาล ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายเอกสารการพิมพ์ ฝ่ายทะเบียนวัดผล และฝ่ายโสตทัศนศึกษา และฝ่ายห้องสมุด

          4. ยุคพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2527 เมื่อพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พุทธศักราช 2518  ใช้ไปได้ระยะหนึ่งก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมความในพระราชบัญญัติฉบับเดิมบางมาตราเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเปิดสอนในสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากสาขาวิชาการศึกษา เมื่อรัฐสภาผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมในปีพุทธศักราช 2527 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชเสียใหม่  เฉพาะในสำนักงานอธิการได้ลดจำนวยฝ่ายลงเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติกำกับดูแล จึงคงเหลือเพียง 11 ฝ่าย คือ ฝ่ายธุรการ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายพัสดุ ฝ่ายยานพาหนะ ฝ่ายอาคารสถานที่ ฝ่ายอนามัยและสุขาภิบาล ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายเลขานุการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายเอกสารการพิมพ์ มีหัวหน้าสำนักงานอธิการเป็นผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ดี เนื่องจากฝ่ายเอกสารการพิมพ์มีบุคลากรน้อย ไม่มีห้องจะใช้สอยเพียงพอ ประกอบกับเห็นว่าลักษณะงานนี้สอดคล้องกับงานของฝ่ายเอกสารตำรา ซึ่งควรขึ้นกับสำนักส่งเสริมวิชาการ คณะกรรมการบริหารวิทยาลัย (กบ.) ในสมัยนั้น จึงมีมติให้ยุบฝ่ายเอกสารพิมพ์และให้ฝากครุภัณฑ์เครื่องมือเครื่องใช้และบุคลากร (ระดับเจ้าหน้าที่) ไว้ในกำกับดูแลของฝ่ายเอกสารตำราแทน

          5. ยุคพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ  เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏพุทธศักราช 2538 ได้ส่งผลให้สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราชต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานภายในสถาบันเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับความในพระราชบัญญัติ ในการนี้สำนักงานอธิการเดิมได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานอธิการบดี” โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2538 เป็นต้นมา ประกอบด้วยสามกลุ่ม คือ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มการเงินและพัสดุ และกลุ่มบริการ

          6. ยุคพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏพุทธศักราช ๒๕๔๗ ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานภายในเสียใหม่ให้สอดคล้องกับความในพระราชบัญญัติ ในการนี้สำนักงานอธิการบดี ประกอบด้วยสามกอง คือ กองกลาง กองนโยบายและแผน และ   กองพัฒนานักศึกษา  และมีการจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มเติม  โดยอยู่ภายใต้สำนักงานอธิการบดี  ได้แก่  ส่วนมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา  ส่วนงานเลขานุการสภามหาวิทยาลัย  หน่วยวิเทศสัมพันธ์  ส่วนงานบริหารทรัพย์สินและจัดหารายได้  และศูนย์สืบสานพระราชดำริและการพัฒนาท้องถิ่น